“สงสัยหัวเทียนบอด” ประโยคที่หลายคนอาจเคยได้ยิน ซึ่งหัวเทียนนี้คืออะไร บทความนี้จะพาไปหาคำตอบกัน
หัวเทียนรถยนต์ คืออะไร ?
หัวเทียน เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของเครื่องยนต์ โดยจะทำหน้าที่จุดระเบิดส่วนผสมของอากาศและน้ำมันที่ถูกอัดแน่นอยู่ในห้องเผาไหม้ ทำให้เกิดเป็นประกายไฟฟ้าแรงดันสูงจากขั้วหัวเทียน ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการเผาไหม้ กลายเป็นพลังงานความร้อน แปลงเป็นพลังงานกล ขับดันลูกสูบให้เคลื่อนที่ ส่งผลต่อสมรรถนะและประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์โดยรวม
ทำความรู้จัก อาการหัวเทียนบอด
หัวเทียนบอด เป็นคำใช้เรียกอาการที่หัวเทียนไม่สามารถสร้างประกายไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานของเครื่องยนต์ เมื่อหัวเทียนบอด จะทำให้เกิดอาการที่ส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ ดังนี้
- เครื่องยนต์สะดุด หรือกระตุก
เนื่องจากเมื่อหัวเทียนบอด การจุดระเบิดในห้องเผาไหม้จะไม่สมบูรณ์ หรือไม่เกิดขึ้นเลยในบางจังหวะ ทำให้การทำงานของเครื่องยนต์ไม่ราบรื่น เกิดอาการสะดุดหรือกระตุกขณะขับขี่ - กำลังเครื่องยนต์ลดลง
หัวเทียนบอดทำให้พลังงานที่ได้จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงลดลง ส่งผลโดยตรงต่อกำลังของเครื่องยนต์ โดยเฉพาะในช่วงเร่งแซง หรือขึ้นทางลาดชัน - กินน้ำมันเพิ่มขึ้น
อาการหัวเทียนบอด ส่งผลให้มีเชื้อเพลิงบางส่วนไม่ถูกเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ ระบบควบคุมเครื่องยนต์จึงอาจตอบสนองด้วยการเพิ่มปริมาณเชื้อเพลิงเพื่อรักษาระดับกำลังเครื่องยนต์ ส่งผลให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติ - ไอเสียเหม็นผิดปกติ
การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์จากหัวเทียนบอด ทำให้มีเชื้อเพลิงที่ไม่ถูกเผาไหม้หลุดออกมากับไอเสีย ส่งผลให้ไอเสียมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ รวมถึงอาจมีควันที่มีสีผิดปกติ เช่น ควันสีขาว หรือสีดำ - เครื่องยนต์สตาร์ตติดยาก
หัวเทียนที่มีประสิทธิภาพต่ำหรือบอดสนิท จะทำให้การจุดระเบิดเริ่มต้นเพื่อสตาร์ตเครื่องยนต์เป็นไปอย่างยากลำบาก หรืออาจไม่สามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ได้เลย
หัวเทียนรถยนต์ ควรเปลี่ยนตอนไหน ?
ก่อนอื่นควรตรวจสอบสายหัวเทียนทุก 1 ปี หรือ 20,000 กม. เพื่อเช็กความสมบูรณ์ของระบบอยู่เสมอ ซึ่งโดยทั่วไปหัวเทียนจะมีอายุการใช้งานตามแต่ประเภท
หัวเทียนนิกเกิลแบบธรรมดา
เป็นหัวเทียนแบบดั้งเดิม ที่ราคาถูกที่สุด แต่มีอายุการใช้งานสั้นที่สุด จึงต้องเปลี่ยนบ่อยกว่าหัวเทียนประเภทอื่น เหมาะสำหรับรถยนต์รุ่นเก่าหรือรถที่ไม่ได้ใช้งานหนัก โดยควรเปลี่ยนทุก 8,000-20,000 กม.
หัวเทียนแพลทินัม หรืออิริเดียม
เป็นหัวเทียนประสิทธิภาพสูง ให้ประสิทธิภาพการจุดระเบิดที่ดีกว่า รวมถึงทนทานต่อการสึกหรอได้ดี เหมาะสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ที่ต้องการประสิทธิภาพพร้อมการบำรุงรักษาน้อย ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย ทำให้สามารถอยู่ได้ยาวนาน จึงควรเปลี่ยนทุกระยะ 100,000 กม.
รถยนต์ที่ใช้แก๊สทั้งแบบ LPG/CNG
โดยทั่วไปแล้ว รถที่ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิงจะทำให้หัวเทียนสึกหรอเร็วกว่าปกติ โดยควรเปลี่ยนทุก 10,000 กม. เนื่องจากการเผาไหม้ของแก๊สมีอุณหภูมิสูงกว่าน้ำมันเบนซิน ส่งผลให้หัวเทียนเสื่อมสภาพเร็วขึ้น จึงควรเลือกใช้หัวเทียนที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับเครื่องยนต์ที่ใช้แก๊สเพื่อยืดอายุการใช้งาน
การเปลี่ยนหัวเทียนรถยนต์ด้วยตัวเอง
สำหรับผู้ที่มีความรู้พื้นฐานด้านเครื่องยนต์ การเปลี่ยนหัวเทียนด้วยตัวเองสามารถทำได้ไม่ยาก โดยมีขั้นตอนดังนี้
เตรียมอุปกรณ์
ก่อนเริ่มขั้นตอนการเปลี่ยนหัวเทียนรถยนต์ ควรเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม ได้แก่
- ประแจถอดหัวเทียน เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการถอดและใส่หัวเทียน
- หัวเทียนใหม่ โดยตรวจสอบให้แน่ใจว่าซื้อหัวเทียนที่เหมาะสมกับรถยนต์ของคุณ
- ฟิลเลอร์เกจ ใช้สำหรับวัดระยะห่างของเขี้ยวหัวเทียน
- ไขควงแบน อาจจำเป็นสำหรับปรับระยะห่างของเขี้ยวหัวเทียน
- ผ้าสะอาด สำหรับทำความสะอาดบริเวณรอบหัวเทียน
- สเปรย์ทำความสะอาดหัวเทียน ช่วยขจัดคราบสกปรกได้ดียิ่งขึ้น
- ถุงมือยาง เพื่อป้องกันมือไม่ให้สัมผัสน้ำมันและสิ่งสกปรกโดยตรง
ขั้นตอนการเปลี่ยนหัวเทียนรถยนต์
- เตรียมเครื่องยนต์ โดยดับเครื่องยนต์และรอให้เย็นลง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากความร้อน จากนั้นเปิดฝากระโปรงรถและหาตำแหน่งของหัวเทียน
ถอดหัวเทียนเก่า เริ่มถอดสายหัวเทียนออกอย่างระมัดระวัง โดยจับที่ฐานยางหุ้ม ไม่ควรดึงที่สายไฟโดยตรง จากนั้นควรใช้สเปรย์ทำความสะอาดหัวเทียนฉีดบริเวณ - หัวเทียน เพื่อช่วยให้คลายหัวเทียนง่ายขึ้น แล้วใช้ผ้าสะอาดเช็ดทำความสะอาดบริเวณรอบหัวเทียนเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกตกลงในกระบอกสูบ และใช้ประแจหมุนให้หัวเทียนคลายและถอดหัวเทียนเก่าออก
- ตรวจสอบและเตรียมหัวเทียนใหม่ โดยทำการตรวจสอบระยะห่างของเขี้ยวหัวเทียนใหม่ด้วยฟิลเลอร์เกจ หากจำเป็นให้ใช้ไขควงแบนปรับระยะห่างให้เหมาะสม โดยระยะห่างของเขี้ยวหัวเทียนที่เหมาะสม สามารถดูได้จากคู่มือการใช้งานรถยนต์
- ติดตั้งหัวเทียนใหม่ ใส่หัวเทียนใหม่ลงในรูหัวเทียน ระวังอย่าให้เกลียวคด จากนั้นใช้ประแจหัวเทียนขันให้แน่นด้วยแรงที่เหมาะสม ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว จะใช้วิธีขันแน่นตามจำนวนรอบที่กำหนดไว้ในคู่มือการใช้งานรถยนต์
- เชื่อมต่อสายหัวเทียน โดยเสียบสายหัวเทียนกลับเข้าที่ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเข้าล็อกสนิทดี
- ทำการการทดสอบ สตาร์ตเครื่องยนต์และตรวจสอบการทำงานของเครื่องยนต์ว่ามีเสียงผิดปกติหรือควันไอเสียผิดปกติหรือไม่ หากพบปัญหาใด ๆ ให้ตรวจสอบการติดตั้งอีกครั้ง
การเปลี่ยนหัวเทียนรถยนต์ด้วยตัวเองสามารถทำได้ แต่ต้องมีความรู้และความเข้าใจในระบบไฟฟ้าของรถยนต์ โดยควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด เตรียมเครื่องมือที่เหมาะสม และปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง หรือหากต้องการความอุ่นใจไว้รับมือกับเหตุไม่คาดคิดบนท้องถนน ต้องอย่าลืมเลือกประกันรถยนต์ จาก SOMPO ตามใจ ที่มีแผนให้เลือกหลากหลาย ซึ่งรองรับการทำประกันชั้น 3 ในราคาถูกสุด ๆ สามารถเลือกระยะความคุ้มครองได้แบบรายเดือน โดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัด
ข้อมูลอ้างอิง
- หัวเทียนรถยนต์บอด เรื่องไม่ควรมองข้ามของผู้ใช้รถ. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2567 จาก https://car.kapook.com/
About The Author
บทความอื่นๆจากซมโปะ