
ประเทศไทยมักมีช่วงหยุดยาวตามเทศกาลต่างๆ ผู้คนส่วนใหญ่ถือเป็นโอกาสพิเศษในการเดินทางกลับบ้าน เพื่อไปหาครอบครัว และท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ โดยการเดินทางส่วนใหญ่มักจะเป็นการเดินทางในรูปแบบขับขี่รถยนต์ส่วนตัวเพื่อความปลอดภัยของโรคระบาด ความสะดวกสบายในการเดินทาง และไม่ต้องมากังวลกับปัญหารถเสียระหว่างทาง ซมโปะ ประกันภัย ผู้ให้บริการด้านประกันวินาศภัยจึงขอชวนทุกคนร่วมตรวจเช็คสภาพรถให้พร้อมก่อนออกเดินทาง โดยจุดสำคัญของรถยนต์ที่ต้องตรวจเช็คเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนการเดินทางไกล มีด้วยกัน 8 อย่าง ได้แก่
1.เช็คยางรถยนต์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประหยัดเชื้อเพลิง เติมลมยางตามคำแนะนำในคู่มือหรือป้ายแจ้งรายละเอียดของรถแต่ละรุ่นและจำนวนผู้โดยสาร ดูความลึกดอกยางให้ไม่น้อยกว่า6 มม. และเติมลมยางอะไหล่ให้เรียบร้อยก่อนล้อหมุน

2.เช็คผ้าเบรค โดยทั่วไปต้องเปลี่ยนทุก ๆ25,000 – 50,000 กม. (ตามพฤติกรรมการใช้รถ) หากความชื้นสูงจะส่งผลต่อคุณภาพน้ำมันเบรค จึงควรตรวจน้ำมันเบรคหลังหมดฤดูฝน
3.เช็คน้ำมันเครื่อง เนื่องจากเป็นตัวหล่อลื่นเครื่องยนต์ให้ลดแรงเสียดทาน ซึ่งสามารถทำเองได้ง่ายๆ เพียงเปิดฝากระโปรงรถ มองหาจุดตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่มีก้านพลาสติก หลังจากนั้นดึงออกมาแล้วดูว่าจุดของน้ำมันเครื่องอยู่ในระดับ Low หรือไม่ หากอยู่ในระดับ Low ควรเติมเลย ไม่ต้องรอให้ครบรอบเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง

4.เช็คที่ปัดน้ำฝน ด้วยการสัมผัส สังเกต ฟังเสียง ดูระยะห่างของที่ปัดน้ำฝนและกระจก โดยทั่วไปยางที่ปัดน้ำฝนใช้งานได้6-12 เดือน
5.เช็คไฟรถยนต์ ทั้งไฟหน้ารถ ไฟเบรค ไฟส่องป้ายทะเบียน และไฟสัญญาณทุกดวงว่าใช้งานได้ปกติ โคมไฟที่มีไอน้ำเกาะหรือหมองเหลือง จัดการได้ด้วยกาวซิลิโคนใส หรือใช้ยาสีฟันขัดไฟหน้ารถที่หมองให้เหมือนใหม่

6.เช็คแบตเตอรี่รถยนต์ ผ่านตาแมว ในแบตเตอรี่รถยนต์จะมีตาแมวเพื่อให้เราสามรถเช็คแบตเตอรี่ได้ง่ายขึ้น

7.เช็คเอกสารจำเป็น ได้แก่ ใบอนุญาตขับขี่ สำเนาทะเบียนรถ และป้ายภาษีรถยนต์ต้องไม่ขาด
8.เช็คประกันรถยนต์หลังจากตรวจเช็คสภาพรถยนต์แล้ว ก็ไม่ควรละเลยเรื่องประกันรถยนต์ ควรทำการตรวจเช็คประกันรถยนต์ว่าใกล้หมดอายุหรือหมดอายุแล้วหรือยัง ก่อนออกเดินทาง เพื่อเพิ่มความอุ่นใจหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
ถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมต้องเช็ค และทำประกันรถยนต์ด้วย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรถและการเดินทางเลย แต่รู้หรือไม่ว่าความสำคัญของการมีประกันรถยนต์ คือ เรื่องความคุ้มครองหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ซึ่งจะเป็นตัวช่วยในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่อาจตามมาไม่มากก็น้อยได้เป็นอย่างดี ซึ่งต่างจากการที่ไม่มีประกัน เพราะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เอง เสียทั้งเงิน และเวลาการจัดซ่อมแซมรถของตัวเองหรือการเจรจากับคู่กรณี
ดังนั้น นอกจากจะต้องตรวจเช็คสภาพรถให้พร้อมอยู่เป็นประจำแล้ว การมีประกันรถยนต์ ก็จะช่วยสร้างความอุ่นใจในการขับขี่ และดูแลความเสียหายต่อทรัพย์สินได้ในทุกการเดินทางได้อีกด้วย ซึ่งเราก็พร้อมมอบประกันรถยนต์ที่มอบอิสระให้แก่ลูกค้าอย่างแท้จริง ที่ให้คุณเลือกได้ทั้งความคุ้มครอง วงเงินคุ้มครอง ระยะเวลาคุ้มครอง รูปแบบการชำระเงิน เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มครองที่ตรงใจมากที่สุด สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ ประกันรถยนต์ SOMPO ตามใจ ประกันรถยนต์ยุคใหม่ที่อาจเป็นคำตอบของคุณในปัจจุบัน หรืออยาก เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ SOMPO ตามใจ
About The Author
บทความอื่นๆจากซมโปะ





