หากคุณคือหนึ่งคนที่ขับขี่รถยนต์ในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าคงเคยได้เห็น “เลขตัวถังรถยนต์” ผ่านตากันมาบ้าง อย่างไรก็ตาม น่าจะมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่ทราบว่าเลขรหัสนี้คืออะไร และมีความหมายอย่างไร ดังนั้น บทความนี้จึงจะมาช่วยเป็นคู่มือนักขับ บอกเล่า 7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเลขตัวถังรถยนต์ ที่บอกเลยว่ายิ่งนักขับมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าไร ก็ยิ่งอุ่นใจยามใช้งานรถยนต์มากเท่านั้น ติดตามได้เลย

 

เลขตัวถังรถยนต์-ต้องดูยังไง

 

เรื่องน่ารู้เรื่องที่ 1: เลขตัวถังรถยนต์คืออะไร?

ขอเริ่มอธิบายให้เข้าใจแบบง่าย ๆ ถ้าคนเรามีเลขประจำตัวประชาชน รถยนต์แต่ละคันก็จะมีเลขประจำตัวถังเช่นเดียวกัน โดยรถแต่ละคันจะมีเลขตัวถังไม่เหมือนกัน มีไว้เพื่อบอกรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์คันนั้น โดยไม่ว่าจะเป็นการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ขายโอนรถ หรือแม้แต่แจ้งเคลมประกัน ต่างก็ต้องใช้เลขตัวถังทั้งสิ้น

เรื่องน่ารู้เรื่องที่ 2: รูปแบบของเลขตัวถังรถยนต์

ไม่ใช่ว่าเลขตัวถังรถยนต์จะมีรูปแบบเดียวใช้กันทั่วโลก เพราะจริง ๆ แล้วมีด้วยกันทั้งหมด 2 แบบ ดังต่อไปนี้

  • เลขตัวถังแบบ WMI (World Manufacturer Identifier): เป็นเลขตัวถังที่ใช้กันทั่วโลก โดยมีตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษรวมทั้งสิ้น 17 หลัก
  • เลขตัวถังแบบ VIN (Vehicle Identification Number): มี 17 หลักเช่นเดียวกัน แต่ใช้กันเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา โดยความหมายของแต่ละหลักจะมีความแตกต่างกับเลขตัวถังแบบ WMI เล็กน้อย

เนื่องจากบทความนี้เขียนขึ้นเพื่อนักขับชาวไทย ดังนั้น เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน คำว่าเลขตัวถังรถยนต์ในบทความนี้จึงจะหมายถึงเลขตัวถังแบบ WMI

เรื่องน่ารู้เรื่องที่ 3: ความหมายของเลขตัวถังแต่ละหลัก

แน่นอนว่าทั้ง 17 หลักของเลขตัวถังไม่ได้คิดขึ้นมาสุ่มสี่สุ่มห้า แต่ทุกหลักจะมีความหมายระบุเอาไว้ ดังต่อไปนี้

  • หลักที่ 1: ระบุภูมิภาคที่ผลิตรถยนต์ โดยตัวอักษร A-H หมายถึงทวีปแอฟริกา ตัวอักษร J-R หมายถึงทวีปเอเชีย ยกเว้นอักษร O และ Q ตัวอักษร S-Z หมายถึงทวีปยุโรป ตัวเลข 1-5 หมายถึงทวีปอเมริกาเหนือ ตัวเลข 6-7 หมายถึงทวีปออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์ และตัวเลข 8-9 หมายถึงทวีปอเมริกาใต้
  • หลักที่ 2-3: ระบุบริษัทผู้ผลิต โดยตัวอักษรหรือตัวเลขที่ระบุบริษัทผู้ผลิตนั้น ๆ จะถูกกำหนดโดย International Organization for Standardization (ISO)
  • หลักที่ 4-8: ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ เช่น รูปแบบตัวถัง ระบบเกียร์ รุ่นย่อย เป็นต้น
  • หลักที่ 9: ตัวเลขตรวจสอบความถูกต้องของเลขตัวถัง โดยจะใช้สูตรทางคณิตศาสตร์ในการคำนวณ
  • หลักที่ 10: บอกปีที่ผลิตรถคันนั้นออกมา โดยเริ่มนับจาก ค.ศ. 1980 ที่มีการเริ่มใช้เลขตัวถังเป็นครั้งแรก
  • หลักที่ 11-17: เลขคัสซี (Chassis Number) โดยจะรันตัวเลขตามสายผลิต (Serial Number) ดังนั้น เลข 7 ตัวสุดท้ายนี้จึงจะเป็นเลขเฉพาะที่รถแต่ละคันจะไม่ซ้ำกันเลย แตกต่างจาก 10 หลักแรกที่ซ้ำกันได้

เรื่องน่ารู้เรื่องที่ 4: ระบุถึงประวัติการซ่อมบำรุงรถยนต์ได้

ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรถมือสองสักคัน เราสามารถใช้เลขตัวถังในการตรวจสอบประวัติการซ่อมบำรุงของรถคันนั้น ๆ ได้ เนื่องจากเมื่อมีการนำรถเข้าไปซ่อมบำรุงที่ศูนย์ จะมีการบันทึกเลขตัวถังเอาไว้ พร้อมระบุรายละเอียดของการซ่อมครั้งดังกล่าวอย่างครบถ้วน

เรื่องน่ารู้เรื่องที่ 5: ใช้เพื่อตรวจสอบการโจรกรรมรถยนต์ได้

การใช้เลขตัวถังรถยนต์เพื่อระบุการโจรกรรม มีความสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาการโจรกรรมรถยนต์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจสอบเลขตัวถังรถยนต์ที่พบเห็นหรือยึดมาได้กับฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก เพื่อตรวจสอบว่ารถยนต์คันดังกล่าวถูกโจรกรรมมาหรือไม่

นอกจากนี้ เจ้าของรถยนต์ยังสามารถใช้เลขตัวถังรถยนต์เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของรถที่ตนกำลังจะซื้อได้ โดยการตรวจสอบกับเอกสารการจดทะเบียนรถหรือกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกหลอกซื้อรถที่ถูกโจรกรรมมา

 

วิธีการดูเลขตัวถังรถยนต์ด้วยตัวเอง-

 

เรื่องน่ารู้เรื่องที่ 6: เลขตัวถังรถยนต์อาจถูกปลอมแปลงได้

แน่นอนว่าเพื่อให้ยากต่อการตรวจสอบ หรือจับกุม ในปัจจุบันมิจฉาชีพจึงมีวิธีในการปลอมแปลงตัวถังรถยนต์หลากหลายวิธี ดังต่อไปนี้

  • ลบเลขตัวถังเดิมออก แล้วนำเลขปลอมมาเชื่อมทับ
  • ดัดแปลงแก้ไขเลขตัวถังเดิม เช่น ลบตัวเลขบางหลักออก หรือเพิ่มตัวเลขเข้าไป
  • ทำเลขตัวถังขึ้นมาใหม่

ด้วยเหตุนี้ เลขตำแหน่งที่ 9 ที่ตรวจสอบความถูกต้องดังที่กล่าวไปข้างต้นจึงมีความสำคัญ และนอกจากนั้น เราสามารถตรวจสอบการปลอมแปลงเบื้องต้นด้วยสายตาได้ โดยหากมีความผิดปกติดังต่อไปนี้ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าเลขที่เห็นอาจเป็นเลขตัวถังปลอม

  • หากตัวอักษรและตัวเลขของเลขตัวถังดูจางกว่าที่ควรจะเป็น มีโอกาสที่จะเป็นเลขปลอม
  • ควรตรวจสอบเลขตัวถังกับเอกสารประกอบรถ เช่น เล่มทะเบียนรถ หรือใบคู่มือจดทะเบียนรถ

เรื่องน่ารู้เรื่องที่ 7: เลขตัวถังรถยนต์มีความสำคัญในการจดทะเบียนรถยนต์

ในการจดทะเบียนรถยนต์ เลขตัวถังรถยนต์เป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องของรถยนต์คันนั้น ๆ ว่าตรงกับข้อมูลในเอกสารหรือไม่ หากเลขตัวถังรถยนต์ไม่ตรงกับข้อมูลในเอกสาร เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบกจะปฏิเสธการจดทะเบียนรถยนต์คันนั้น ๆ พร้อมทำการตรวจสอบเพิ่มเติม

นอกจากความรู้เกี่ยวกับเลขตัวถังรถยนต์ที่ควรทราบแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องมีหากอยากขับขี่บนถนนด้วยความอุ่นใจก็คือ “ประกันรถยนต์” โดยขอแนะนำ “SOMPO ตามใจ” เป็นผู้ให้บริการประกันภัยรถยนต์แบบ Subscription รายแรกในประเทศไทย มีบริการประกันรถยนต์แบบรายวันให้คุณเลือกซื้อได้ ไม่ว่าจะใช้รถ 1 วัน หรือ 7 วัน ก็เลือกได้ตามต้องการโดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัด เคลมประกันรถยนต์ได้ง่าย และมีแผนประกันรถรายวันให้เลือกทั้งประกันชั้น 1 และประกันชั้น 2+ แถมเลือกรูปแบบการชำระเงินเองได้อีกด้วย ซื้อง่าย ผ่านช่องทางออนไลน์ได้เลย

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ SOMPO ตามใจ

ข้อมูลอ้างอิง

  • World Manufacturer Identifier. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2567 จาก https://www.nsai.ie/
  • Vehicle Identification Numbers (VIN codes)/World Manufacturer Identifier (WMI) . สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2567 จาก https://en.wikibooks.org/
  • WMI/VIN Information . สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2567 จาก https://www.sae.org/

About The Author

บทความอื่นๆจากซมโปะ