โคมไฟหน้ารถยนต์เปรียบเสมือนกับดวงตาของคน ซึ่งหลายคนก็ชอบแต่งให้สวยงามโดนใจ และนอกจากความสวยงามแล้ว ความสว่างก็ยังส่งผลถึงความปลอดภัยอีกด้วย ในบทความนี้เราจะมาพาไปรู้จักกับประเภทของโคมไฟและประเภทของหลอดไฟหน้ารถ พร้อมแนะนำเทคนิคการปรับโฉมให้เหมือนใหม่อย่างกับวันแรกที่ถอยออกจากศูนย์!

โคมไฟหน้ารถยนต์ และหลอดไฟมีกี่ประเภท


ประเภทของโคมไฟหน้ารถยนต์

โคมไฟแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์
เป็นชุดโคมไฟที่นิยมมากที่สุดในรถยนต์ราคาประหยัด สามารถหักเหแสงสะท้อนเพื่อสร้างแสงสว่างบนพื้นถนนในขณะขับขี่ได้ดี มักใช้ควบคู่กับหลอดไฟประเภทฮาโลเจนที่ให้แสงนวลตา แต่บางรุ่นก็อาจจะใช้เป็นแบบ LED หรือหลอดซีนอน แล้วแต่การออกแบบของโคมไฟมัลติรีเฟล็กเตอร์ที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้สามารถหักเหแสงได้อย่างเหมาะสม

เพราะฉะนั้น หากเป็นโคมไฟประเภทนี้ ผู้ใช้งานก็ไม่ควรเปลี่ยนประเภทหลอดไฟที่ไม่ตรงกับที่ให้มาตั้งแต่แรกเอง เพราะอาจจะทำให้ได้แสงที่ฟุ้งเกินไป จนกระทบสายตาผู้ร่วมใช้ถนนจนเป็นอันตรายได้

โคมไฟแบบโปรเจกเตอร์
สำหรับโคมไฟหน้ารถยนต์ประเภทโปรเจกเตอร์ ส่วนใหญ่มักจะติดตั้งอยู่กับรถที่มีราคาค่อนข้างสูง โดยมีจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการกระจายแสงที่ยอดเยี่ยม สามารถทำได้ดีกว่าโคมมัลติรีเฟล็กเตอร์ค่อนข้างมาก ทั้งยังช่วยการฟุ้งกระจายของแสง ซึ่งนอกจากจะให้ความปลอดภัยในการขับขี่ต่อเพื่อนร่วมทางแล้ว ยังช่วยให้รถดูสวย โดดเด่นมากขึ้นอีกด้วย

โดยหลอดไฟที่มักให้มาใช้งานคู่กับโคมประเภทนี้ ก็มีทั้งแหลอดไฟแบบฮาโลเจน และหลอดไฟแบบซีนอน โดยแบ่งเป็นประเภท Single Xenon Projector ที่มีแต่ไฟต่ำใช้หลอดซีนอน ส่วนไฟสูงต้องแยกไปใช้ไฟฮาโลเจน ในขณะที่ประเภท Bi-Xenon Projector จะใช้หลอดไฟซีนอนได้ทั้งไฟสูงและไฟต่ำ สามารถปรับสลับการใช้งาน และกระจายแสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โคมไฟแบบ LED
ในส่วนของโคมไฟรถยนต์แบบ LED นั้น ถ้ามองผิวเผินจะพบว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกับแบบโปรเจกเตอร์พอตัว เพียงแต่จะไม่มีเลนส์นูนลูกแก้วอยู่ภายใน ซึ่งโคมไฟหน้ารถยนต์แบบ LED จะมีหลักการทำงานให้แสงสว่างสะท้อนคล้ายกับไฟหน้ารถยนต์แบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ แต่ก็สามารถผลิตและกระจายแสงได้อย่างหลากหลายผ่านทางรูปทรงที่มากกว่า เรียกได้ว่าสามารถตอบโจทย์ได้ดีทั้งด้านดีไซน์รถและการใช้งานเลยทีเดียว

ข้อดีของการใช้โคมหน้ารถแบบหลอดไฟ LED คือมีแสงที่มากกว่าการใช้กับหลอดแบบฮาโลเจน แต่จะมีศักยภาพที่เทียบกับหลอดแบบซีนอน ซึ่งมีการกระจายแสงแบบไม่แยงตา มีความคมชัด อีกทั้งยังช่วยประหยัดไฟได้ดี เพียงแต่จะมีข้อจำกัดเรื่องราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าโคมแบบอื่น ๆ

ประเภทของหลอดไฟหน้ารถยนต์

หลอดไฟแบบฮาโลเจน
ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน เพราะราคาค่อนข้างประหยัด ต้นทุนไม่แพงและหาเปลี่ยนได้ง่าย โดยหลอดประเภทนี้จะให้แสงเหลืองนวล สามารถส่องไปยังพื้นถนนในช่วงที่หมอกครึ้มหรือฝนตกได้ดีกว่าหลอดสีอมฟ้าหรือแสงขาว

หลอดไฟแบบซีนอน
หลอดไฟหน้ารถแบบซีนอนหรือ HID เป็นอีกประเภทที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน แต่ก็ยังแพ้หลอดไฟแบบ LED ที่ค่ายรถยนต์ส่วนมากเลือกใช้มากกว่า อย่างไรก็ดี หลอดไฟแบบซีนอนก็ยังให้แสงไฟที่สาดส่องพื้นถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่จะค่อนไปทางแสงขาวสว่างมากกว่า ซึ่งอาจจะเป็นข้อจำกัดในช่วงที่ใช้ตอนฝนตกหรือหมอกลงได้

หลอดไฟแบบ LED
ในส่วนของหลอดไฟแบบ LED ต้องยอมรับเลยว่ามาแรงมากที่สุดอย่างแท้จริง ด้วยจุดเด่นของการให้แสงสว่างที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน แต่กลับประหยัดไฟมากกว่าหลอดอื่น ๆ อีกทั้งยังให้ความร้อนที่ต่ำไม่ทำให้โคมร้อนจัด จึงช่วยประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงทางอ้อมได้ดี และยังสามารถใช้กับโคมไฟได้ทุกประเภทอีกด้วย

หลอดไฟแบบเลเซอร์
หลอดไฟหน้ารถที่เรียกได้ว่ากำลังมาแรงพอสมควร เพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ล้ำสมัยในปัจจุบัน พร้อมให้แสงสว่างที่ค่อนข้างสูงมาก ๆ เพียงแต่ยังถูกจำกัดให้ใช้ได้ในรถยนต์เพียงบางรุ่นเท่านั้น ซึ่งโดยส่วนมากก็เป็นรถยนต์แบบซูเปอร์คาร์ แถมยังใช้ได้แค่ในไฟสูงเท่านั้นอีกด้วย

วิธีดูแลโคมไฟหน้าให้สวยเหมือนใหม่ตลอดเวลา

วิธีดูแลโคมไฟหน้ารถยนต์ให้สดใสเหมือนใหม่

  1. ใช้ยาสีฟันหรือน้ำยาขัดไฟหน้าเป็นประจำวิธีง่าย ๆ คือการใช้ผ้านุ่มจุ่มกับยาสีฟันละลายน้ำหรือน้ำยาทำความสะอาด หลังจากนั้นให้ขัดเบา ๆ ไปตามพื้นที่ของโคมไฟหน้ารถ เพื่อขจัดคราบสกปรกและรอยขีดข่วนเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้หลุดออกไป จนได้หน้าโคมที่มีความใส ให้แสงสว่างได้ดีกลับมาสำหรับใช้งานเหมือนเดิม
  2. ใช้กระดาษทรายขัดสำหรับไฟหน้าที่เหลืองใช้กระดาษทรายเบอร์ละเอียดประมาณ 2000 ควบคู่กับน้ำยาขัดสีคุณภาพสูง พร้อมกับผ้าในการทำความสะอาดคราบเหลือง โดยนำมาชุบน้ำให้เปียกและเอาไปขัดที่บริเวณไฟหน้ารถยนต์แบบเบา ๆ และราดน้ำจากสายยางไปพร้อม ๆ กัน หลังจากนั้นให้ใช้กระดาษทรายเบอร์ 2000 ขัดล้างคราบขุ่นมัวและคราบเหลืองให้หมดไป หลังเช็ดครบแล้ว ให้ตามด้วยการเช็ดด้วยน้ำยาขัดสี เท่านี้ก็จะได้กระจกหน้าโคมเหมือนใหม่มาใช้งานแล้ว
  3. ตรวจสอบไฟหน้าให้สามารถใช้งานได้ดีเป็นประจำตรวจสอบการทำงานไฟหน้าว่าติดหรือไม่ โดยเปิดไฟหน้ารถทั้งไฟสูงและไฟต่ำ หากไฟหน้าไม่ติด อาจเกิดจากหลอดไฟขาดหรือเสื่อมสภาพ ควรเปลี่ยนหลอดไฟใหม่ รวมไปถึงการเช็กแสงสว่างในบริเวณที่มืดเพื่อดูความสม่ำเสมอของระดับแสง นอกจากนี้ยังควรตรวจสอบสภาพภายนอก คราบสกปรก และรอยร้าวต่าง ๆ เพื่อเปลี่ยนให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเองไฟหน้าไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังเป็นเรื่องความปลอดภัย และเพื่อความไม่ประมาทอย่าลืมซื้อประกันรถยนต์กับ SOMPO ตามใจ เรามีประกันรถยนต์ชั้น 2+ ราคาประหยัด คุ้มครองครอบคลุมให้เลือกจ่ายได้ทั้งแบบรายเดือนต่อเนื่อง (Subscription) และรายวัน คุ้มขนาดนี้ ซื้อออนไลน์ได้เลย!

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ SOMPO ตามใจ

บทความอื่นๆจากซมโปะ